หัวจ๋า...ผมลาก่อน ผมร่วง ผมบาง ศีรษะล้าน

หัวจ๋า...ผมลาก่อน ผมร่วงผมบาง ศีรษะล้าน
อาจเป็นปัญหาที่เกิดชั่วคราวหรือแบบเรื้อรัง ซึ่งเป็นปัญหาที่พบบ่อยมาก

 

 

สาเหตุของผมร่วง เกิดจากหลายปัจจัย
1. เผ่าพันธุ์ เพศ อายุ

2. เชื้อโรคที่เล่นงานเส้นผมโดยตรง หรือเป็นผลทางอ้อมคือ เป็นโรคติดเชื้อที่อวัยวะอื่นแล้วทำให้เกิดผมร่วงผิดปกติตามมาภายหลัง

3. สารเคมี เช่น ยาชนิดต่างๆ สารพิษปนเปื้อนในอาหาร และน้ำ

4. โรคตามระบบต่างๆ เช่น โรคไตวาย โรคต่อมธัยรอยด์เป็นพิษ

5. จิตใจที่เศร้าหมองอย่างรุนแรง และเฉียบพลัน จนถึงตกใจอย่างรุนแรง รู้ได้อย่างไรว่าผมร่วงมากผิดปกติ เส้นผมหลุดร่วงเกิน 100 เส้น/วัน
ติดต่อกันนานหลาย ๆ วัน แสดงว่ามีผมร่วงมากผิดปกติ ภาวะผมร่วง และผมบางลง แยกเป็นกลุ่ม คือ ภาวะผมร่วงเฉพาะที่ผมร่วงหย่อมชนิดไม่มีแผลเป็นที่หนังศีรษะที่พบบ่อย ได้แก่

    1.1 ผมร่วงหย่อมจากเชื้อรา พบมากในเด็ก ผมจะร่วงเป็นกระจุก ผิวหนังในบริเวณที่ผมร่วงจะมีขุยหรือสะเก็ด บางครั้งมีผื่นแดง การรักษา ต้องใช้ยารับประทาน ยาทาไม่สามารถกำจัดเชื้อราได้หมด
    1.2 ผมร่วงหย่อมจากการดึงผมตนเอง พบมากในเด็กที่มีความเครียด และเมื่อไม่มีทางระบายออกจึงดึงผมตนเอง เมื่อใช้มือลองดึงเส้นผมดูเส้นผมจะไม่หลุดติดมือออกมาง่ายๆ เหมือนโรคผมร่วงจากเชื้อรา การรักษา ต้องอาศัยความเข้าใจพยาธิกำเนิดของโรค และเข้าใจปัญหาของผู้ป่วย อาจควรปรึกษาจิตแพทย์ร่วมในกระบวนการดูแลรักษาด้วย นอกจากนี้การทายาครีมสตีรอยด์ ร่วมกับรับประทานยาต้านฮีสตามีนจะช่วยให้อาการดีขึ้น
    1.3 ผมร่วงหย่อมจากโรคภูมิแพ้รากผม ผู้ป่วยจะมีภาวะระบบภูมิคุ้มกันร่างกายรวน มีเซลล์เม็ดเลือดขาวมารบกวนรากผมทำให้เซลล์รากผมหยุดทำงาน เส้นผมจะหายไปเป็นหย่อม ผิวหนังบริเวณที่ไม่มีเส้นผมจะเรียบไม่พบตอ เส้นผมหักหรือเป็นตุ่มที่ผิวหนัง ภาวะนี้จะต่างจาก 2 โรคข้างต้น โดยทั่วไปอาจพบผมหลุดร่วงเป็นหย่อมเดียวหรือหลายหย่อม ในรายที่อาการรุนแรงผมจะร่วงทั้งศีรษะ และถ้ารุนแรงที่สุดผมและขนตามตัวจะร่วงหมดเหมือนพญาไร้ใบ การรักษา ควรปรึกษาแพทย์เพราะการรักษาต้องใช้สตีรอยด์ชนิดยาทาหรือกินติดต่อกันเป็นเวลานาน
   1.4 ผมร่วงหย่อมชนิดที่มีแผลเป็นบนหนังศีรษะ เกิดจากหลายสาเหตุ เช่น โรคฝีหนองบนศีรษะ เชื้อกลากที่ศีรษะชนิดที่มีการอักเสบรุนแรง แผลไฟไหม้น้ำร้อนรวก โรคดี แอล อี ที่หนังศีรษะ ผู้ป่วยส่วนใหญ่รากผมจะถูกทำลายอย่างมาก จนไม่สามารถสร้างเส้นผมใหม่มาทดแทนเส้นผมเดิม และเกิดพังผืดในชั้นหนังแท้ร่วมด้วย การรักษาควรปรึกษาแพทย์เพื่อการวินิจฉัยที่ถูกต้องก่อนให้การรักษาด้วยยา

2. ภาวะผมร่วงทั่วศีรษะ? ที่พบบ่อย ๆ คือ
   2.1 ภาวะผมร่วงระยะ Telogen❗️ ผู้ป่วยกลุ่มนี้เส้นผมบนศีรษะเปลี่ยนจากระยะเติบโตไปเป็นระยะหยุดเจริญเติบโต❗️ ผมจึงหลุดร่วงมากผิดปกติ เกิดจากหลายสาเหตุ เช่น โรคติดเชื้อชนิดต่างๆ; ไข้ทัยฟอยด์ ไข้มาเลเรีย ไข้หวัดที่มีไข้ติดต่อกันหลายวัน ยาชนิดต่าง ๆ เช่น ยากลุ่มอนุพันธุวิตามิน เอ เช่น etretinate, acitretin นอกจากนี้ยังพบในสตรีหลังคลอดบุตร ภาวะเครียดหรือตกใจอย่างรุนแรง อาการผมร่วงจะค่อย ๆ ดีขึ้น ภายในเวลา 1-2 เดือนเมื่อสาเหตุต่างๆผ่านไป
  2.2 ภาวะผมร่วงทั่วศีรษะจากการติดเชื้อซิฟิลิสระยะที่2 ผมจะร่วงเป็นหย่อม ๆ ทั่วศีรษะคล้ายมอดแทะ การวินิจฉัยที่แน่นอนต้องอาศัยการตรวจเลือด
  2.3 ภาวะผมบางจากพันธุกรรมและฮอร์โมนเพศ ผู้ป่วยจะเกิดอาการรากผมค่อย ๆ เปลี่ยนแปลงจากผมเส้นใหญ่ไปเป็นเส้นผมเส้นเล็ก ถ้าเกิดในผู้ชายผมจะบางลงมากในบริเวณกลางศีรษะ ส่วนผู้หญิง ผมจะบางลงบริเวณกลางศรีษะเช่นเดียวกันแต่จะไม่ล้านเตียนโล่งแบบผู้ชาย การรักษาภาวะผมบางชนิดนี้มีหลายวิธี ดังนี้ ใช้ยาปลูกผม
1. Minoxidil มีทั้งชนิดทาและรับประทาน ไม่เหมาะที่จะให้ผู้หญิงรับประทานเพราะจะทำให้ขนตามตัว หนวด เครายาวผิดปกติ ในผู้หญิงควรใช้ยานี้ในรูปยาทาเท่านั้น
2. ยา finasteride 1 mg/day ผู้ป่วยต้องใช้ยาติดต่อกันนานอย่างน้อย 1 ปี และเมื่อได้ผลแล้วต้องใช้ยาต่อไป เพราะถ้าหยุดยาผมที่งอกขึ้นมาจะกลับบางลงเหมือนเดิม (ยาชนิดนี้ไม่ได้ผลนักในผู้หญิงที่หมดประจำเดือนแล้ว)
3. ยา spironolactone เป็นยาขับปัสสาวะ ใช้ลดความดันเลือด มีฤทธิ์ต้านการทำงานของฮอร์โมน androgen ทำให้เส้นผมไม่เปลี่ยนไปเป็นเส้นผมขนาดเล็ก (การใช้ยาชนิดนี้ ต้องติดตามดูความดันเลือดและระดับเกลือแร่ในเลือดเพื่อป้องกันผลข้างเคียงของยา)